สะพานโกลเดนเกต (ยุคปัจจุบัน)Golden Gate Bridge

พิเศษ

อันดับหก เป็นที่ที่เราคงคุ้นๆกันดีกับสะพานที่ใช้ในการถ่ายทำภาพยนต์เรื่องต่างๆมากมายที่เดียวนั่นก็คือ สะพานโกลเดนเกต (อังกฤษ: Golden Gate Bridge) ทอดยาวข้ามอ่าวตอนเหนือของเมือง ซานฟรานซิสโก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย
สหรัฐอเมริกาสร้างในสมัยประธานาธิบดีแฟรงคลิน ดี รูสเวลท์ เมื่อปี ค.ศ. 1933 เสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1937 ตอนกลางสะพานยาว 1,280 เมตร กว้าง 27 เมตร สูงกว่าระดับน้ำทะเล 67เมตร มีทางรถยนต์ 6 ทาง รถบรรทุก 3 ทาง รถไฟ 2 ทาง ใช้งบประมาณก่อสร้างราว35ล้านดอลลาร์สหรัฐฯสะพานโกลเดนเกตกลายเป็นสถานที่ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก เมื่อสร้างเสร็จใหม่ๆ สะพานกลายเป็นสัญลักษณ์ของสหรัฐอเมริกาไปโดยปริยาย ปัจจุบันนี้เองผู้คนทั่วโลกเองก็ยังคงรู้จักสะพานโกลเดนเกตและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของสหรัฐอเมริกา และจากผลการสำรวจสถานที่ที่น่าประทับใจของสถาบันสถาปนิกอเมริกันพบว่าอยู่ในอันดับที่ 5
ของสถานที่ต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา

http://knowledge108.blogspot.com/2012/05/blog-post_29.html

Advertisements

Sufficiency Economy ☺

What is “Sufficiency Economy” ?

eng

Sufficiency Economy is a philosophy bestowed by His Majesty the King to his subjects through royal remarks on many occasions over the past three decades. The philosophy provides guidance on appropriate conduct covering numerous aspects of life.

After the economic crisis in 1997. His Majesty reiterated and expanded on the “Sufficiency Economy” in remarks made in December 1997 and 1998. The philosophy points the way for recovery that will lead to a more resilient and sustainable economy, better able to meet the challenges arising from globalization and other changes.

อ่านเพิ่มเติม

ผู้เข้าชมมีความพึงพอใจในเนื้อหาที่นำเสนอมากน้อยเพียงใด

คลองปานามา (ยุคปัจจุบัน) Panama Canal

นี่คือคลองครับ แต่ไม่ใช่คลองธรรมดาครับเพราะเป็นคลองปานามาที่ทำชื่อเสียงและรายได้ให้กับประเทศนี้มากมายมหาศาล คลองปานามา (สเปน: Canal de Panam?; อังกฤษ: Panama Canal)
เป็นคลองที่มนุษย์สร้างบริเวณคอคอดปานามาในประเทศปานามาเพื่อเชื่อมมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรแอตแลนติกเข้าด้วยกัน ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาที่ต้องไปอ้อมช่องแคบเดรกและแหลมฮอร์น ทางใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ คิดเป็นระยะทางกว่า 22,500กิโลเมตรคลองปานามามีความยาว 82 กิโลเมตร หรือ 51 ไมล์ มีเรือใช้เส้นทางนี้ประมาณ 12,000 ลำต่อปี ใช้เวลาแล่นเรือข้ามคลองประมาณ 9 ชั่วโมงถึงแม้ว่าแนวความคิดในการสร้างคลองปานามาจะมีมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 แล้ว แต่ก็ได้มีการขุดคลองครั้งแรกในปี ค.ศ. 1880 โดยบริษัทฝรั่งเศสที่บริหารโดยนายแฟร์ดีนอง เดอ เลสเซปแต่ก็ล้มเหลวไป มีคนงานกว่า 22,000 คนเสียชีวิตระหว่างการทำงานนี้ จนกระทั่งสหรัฐอเมริกาเข้ามาดำเนินงานต่อ จนกระทั่งสามารถเปิดใช้งานได้เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1914 รวมการสูญเสียชีวิตทั้งหมดในระหว่างการทำงานสร้างคลองปานามานี้ ตกอยู่ที่ราว 27,500 คน นับเป็นหนึ่งในโครงการทางวิศวกรรมที่ยิ่งใหญ่และยากลำบากที่สุดที่เคยมีมาตั้งแต่เปิดทำการ คลองปานามาประสบความสำเร็จและเป็นกุญแจสำคัญในการขนส่งสินค้าทั่วโลก โดยมีเรือผ่านเข้า-ออกประมาณ 40 ลำต่อวัน หรือ 14,000ลำต่อปี หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 5 ของเรือบรรทุกสินค้าทั่วโลกรองรับสินค้าได้ 205 ล้านตัน โดยในปี ค.ศ. 2002 มีเรือใช้ทั้งสิ้นถึง 800,000 ลำ
นั่นคือสิ่งมหรรศจรรย์ของโลก เจ็ดอันดับซึ่งถ้าหากเทียบกับปัจจุบันนั้นคงเที่ยบไม่ได้กับสิ่งที่มนุษย์กำลังจะสร้างต่อไปในอนาคตครับเพราะว่าคงต้องมีการทำลายกันอยู่ทุกเมื่อ ก็อย่างว่าแหละครับสถิติมีไว้ทำลาย ยังไงเราค่อยมาอัพเดตกันต่อนะครับว่าจะมีสิ่งก่อสร้างใหม่ๆอะไรบ้างที่จะมายิ่งใหญ่เหนือกว่าทั้งเจ็ดแห่งนี้ต่อไป

เดลต้า เวิร์ค (ยุคปัจจุบัน) Delta work

     ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เราได้เห็นความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงของชีวิตและทรัพย์สินอันเนื่องมาจากอุทกภัยในประเทศไทย บทความหลายฉบับได้ตีพิมพ์ถึงหนทางป้องกันน้ำท่วม มุมมองหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงก็คือรัฐบาลไทยควรจะเตรียมการอย่างไรสำหรับประเทศไทยและองค์กรต่างๆเพื่อที่จะรับมือกับปัญหาร้ายแรงดังกล่าว ในฐานะที่ฮอลแลนด์เป็นมิตรประเทศอันเก่าแก่ของไทย กระผมจึงขอแบ่งปันประสบการณ์และวิธีการของเราในการแก้ไขปัญหาเดียวกันนี้ เคล็ดลับความสำเร็จของเนเธอร์แลนด์ก็คือการบริหารจัดการและบริหารงบประมาณโครงการน้ำ

     เนเธอร์แลนด์และไทยมีความคล้ายคลึงกันในหลายๆ ด้าน ทั้งสองประเทศต่างก็มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ต่างเป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่และพึ่งพาการลงทุนจากต่างชาติ สภาพภูมิศาสตร์ก็มีความคล้ายคลึงกัน ทั้งไทยและเนเธอร์แลนด์ต่างก็ตั้งอยู่บนที่ราบปากแม่น้ำซึ่งสุ่มเสี่ยงต่ออุทกภัย ปัญหามักเกิดขึ้นเมื่อปริมาณน้ำมหาศาลจากแม่น้ำไหล่บ่ามาบรรจบกับทะเลในเวลาที่น้ำทะเลหนุน ทำให้น้ำจากแม่น้ำไม่สามารถระบายลงสู่ทะเลได้ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำ ดังนั้นเราจึงประสบปัญหาเดียวกันในการทำให้ประเทศปลอดภัยและปลอดน้ำ ในขณะเดียวกันก็ยังรักษาบ้านเมืองให้สวยงามเพื่ออยู่อาศัย ทำงาน และเพื่อการลงทุน ประเทศเนเธอร์แลนด์ต้องรับมือกับความท้าทายนี้ตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 17 และกังหันลมของเราก็ไม่ใช่แค่ดูสวยงามเท่านั้นแต่ยังมีบทบาทสำคัญในการทำให้แผ่นดินรอดพ้นจากน้ำท่วมมาหลายศตวรรษอีกด้วย
     พื้นที่ส่วนใหญ่ของเนเธอร์แลนด์และกรุงเทพฯต่างก็อยู่ใต้หรือที่ระดับน้ำทะเล ในเนเธอร์แลนด์ รายได้กว่า 60 % ของจีดีพีนั้นได้มาจากพื้นที่ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นเหตุให้ประเทศเรามีความอ่อนไหวต่ออุทกภัยเป็นอย่างมาก อุทกภัยใหญ่ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อทำนบกั้นน้ำแตกเมื่อปี 1953 ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเนเธอร์แลนด์จมอยู่ใต้น้ำและมีผู้เสียชีวิตกว่า 1,800 ราย เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ต้องเกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้ขึ้นจึงจะทำให้รัฐบาลยอมลงทุนมหาศาลเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุทกภัยขึ้นอีกในอนาคต อ่านเพิ่มเติม

ตึกเอ็มไพร์สเตต (ยุคปัจจุบัน)Empire State Building

อันดับที่สี่เป็น ตึกเอ็มไพร์สเตท (อังกฤษ: Empire State Building)เป็นหนึ่งในอาคารที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนเกาะแมนฮัตตัน นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา บริเวณจุดตัดของถนน Fifth Avenue และ West 34 Street ตัวอาคารสร้างจากคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างดี อ่านเพิ่มเติม

เขื่อนอิไตปู (ยุคปัจจุบัน) itaipu


อันดับสามมากันที่อเมริกาใต้กันครับสำหรับ เขื่อนอิไตปู (Itaipú) เป็นเขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่ซึ่งในอดีตจัดได้ว่าเป็นเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก [1] ก่อนที่เขื่อนสามหุบเขาของจีนจะแล้วเสร็จ เขื่อนอิไตปูสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1984 แล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1988

คำว่าอิไตปู แปลว่า”เสียงเพลงจากก้อนหิน”มาจากภาษากวารานิ (Guarani) ชาวอินเดียนแดงเผ่าดั้งเดิม

เขื่อนอิไตปูกั้นแม่น้ำปารานาบริเวณเขตแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศปารากวัย จึงทำให้เขื่อนนี้เป็นทั้งผนังกันน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสองประเทศอีกด้วย เขื่อนอิไตปูเป็นเขื่อนคอนกรีตชนิดเขื่อนแบบกลวง มีขนาดความสูง 180 เมตร มีความยาวกว่า 8 กิโลเมตร ใช้คอนกรีตในการสร้างกว่า 28 ล้านตัน ซึ่งสามารถสร้างสนามฟุตบอลได้ 210 สนาม และใช้เหล็กมากขนาดสร้างหอไอเฟลได้ 380 หอเลยทีเดียว เมื่อสร้างเสร็จด้านเหนือเขื่อนจึงเกิดอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มีเนื้อที่กว่า 1,550 ตารางกิโลเมตร ระยะทางยาวลึกขึ้นไปทางเหนือเขื่อนอีกกว่า 160 กิโลเมตร มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 18 เครื่อง มีกำลังการผลิต 12,600 เมกะวัตต์ จึงสามารถจ่ายไฟให้กับประเทศปารากวัยได้ทั้งประเทศรวมทั้งเมืองใหญ่ของบราซิลทั้งกรุงเซาเปาโล และนครรีโอเดจาเนโร ได้อย่างสบาย แต่ภายหลังได้มีโครงการเพิ่มเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเป็น 20 เครื่อง ภายในปี 2550 และสามารถเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 14,000 เมกะวัตต์

http://knowledge108.blogspot.com/2012/05/blog-post_29.html